ริมทะเลซีฟู้ด

ร้านริมทะเลซีฟู้ดตั้งอยู่ที่ จ.ตราด ครับถึงจะไกลไปหน่อย  แต่รับรองว่ามาแล้วต้องไม่ผิดหวังแน่ครับ   เป็นร้านที่บรรยากาศดีมากๆเลยครับ ข้างหลังร้านจะติดทะเล ผมมาตอนเช้ามืดอยู่สวยมากเลยครับ ทะเลเต็มไปด้วยคลื่นอันงดงาม ลมพัดเย็นสบาย สำหรับอาหารนั้นไม่ต้องพูดถึง อร่อยทั้งนั้นเลยครับ โดยเฉพาะเมนูเด็ดที่ผมรับประทาน คือ กุ้งอบวุ้นเส้น ทางร้านจะนำกุ้งจากทะเลตัวใหญ่ๆ สดๆ มาอบกับวุ้นเส้น และวุ้นเส้นก็ลวกนานทำให้เส้นนุ่ม กลิ่นเตะจมูก ชวนรับประทาน ปูหลน ทางร้านจะนำปูมาทำเหมือนกับแกงหลน รสชาติอร่อยมากครับ โดยทางร้านจะใส่กะทิเพื่อเพิ่มความอร่อยครับ ปูผัดผงกะหรี่ โดยจะนำปูสดๆ ตัวใหญ่ๆ เนื้อเยอะๆ เนื้อแน่น มาผัดเข้ากับผงกะหรี่ ทำให้รสชาติอร่อยขึ้น และ น่ารับประทานครับ ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว ทางร้านจะนำปลากะพงเนื้อแน่น ตาใส มาทอด พร้อมนึ่งซีอิ๊ว ทำให้รสชาติอร่อยกลมกล่อม และ ปลาไม่เหม็นคาว อีกด้วยครับ กั้งทอดกระเทียม กั้ง เนื้อมันมีลักษณะคล้ายกับปู แกะรับประทานยาก แต่เนื้ออร่อยกว่าปูครับ

เกาะเหลายา

 

 

 


 

 

 

 

ไปเกาะเหลายามาครับ เป็นหาดส่วนตัวที่มีความเป็นอิสระ ผู้คนไม่พลุกพล่านเท่าไหร่ น้ำทะเลใสสะอาดมองเห็นปลาหลากหลายชนิด เช่น ปลาหางเสือ ปลาเข็ม ปลานกแก้ว ที่พักก็สะอาดน่าอยู่ มีความเป็นธรรมชาติสูง และผมได้ลงไปเล่นน้ำทุกวันโดยทางรีสอร์ทจะมีชูชีพ และสนอกเกอร์ให้คนละ 1 อันสำหรับการเล่นน้ำ และทางรีสอร์ทได้พานักท่องเที่ยวไปชมปะการังที่ เกาะหวาย ผมได้ลงไปดูปะการัง แต่ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะ มองลงไปใต้ทะเลมีแต่โขดหินเต็มไปหมด มีปลาอยู่บ้างเล็กน้อยซึ่งไม่สวยงามเท่าเกาะเหลายาที่ผมพักอยู่ เพราะ เป็นธรรมชาติกว่า ส่วนด้านอาหารก็อร่อย สด สะอาด เมนูแต่ละมื้อไม่ซ้ำกันขอเติมได้เป็นบางอย่าง มื้อเย็นจะมีดนตรีคาราโอเกะให้ฟังผ่อนคลาย และ ขึ้นร้องเพลงตามอัธยาศัย ผมถูกเชิญให้ขึ้นร้องเพลงด้วย ซึ่งมีผู้ชมนั่งรับประทานอาหารร่วมกันประมาณ 60 คน ทำให้ผมตื่นเต้นเลยร้องเพลงออกมาไม่ดีซักเท่าไหร่ ตลอดเวลาที่พักอยู่ที่นี่ผมมีความประทับใจมาก และผมก็มีความสุขที่ได้มาสัมผัสกับธรรมชาติเช่นนี้ ถ้ามีโอกาสได้มาเที่ยวผมจะมาเที่ยวที่เกาะเหลายาแห่งอีกนี้ เพราะเป็นความทรงจำอันงดงามที่ไม่มีวันลืมเลือน

อนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง


 

 

 

ผมได้ไปเที่ยว จ.ตราด ไปตั้งแต่วันพฤหัสที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาไม่นานเนี่ยหละครับ ไปรถทัวร์ โดยรถออกเวลาเที่ยงคืนเป๊ะ จึงทำให้ต้องนอนในรถ ซึ่งก็นอนไม่หลับหรอกครับ เพราะว่า นอนไม่ถนัด ไม่สะดวกสักเท่าไร ไม่เหมือนกับนอนที่บ้าน ผมได้ไปสักการะอนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้างของเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรเพื่อเป็นสิริมงคล ที่นั่นวิวสวยมากครับ โดยจัดสร้างขึ้นบริเวณชายทะเลแหลมงอบ มีอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผันพระพักตร์ไปยังบริเวณยุทธนาวีเกาะช้าง มีการจัดบริเวณ และอาคารพิพิธภัณฑ์คล้ายเรือรบ ด้านในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงข้อมูลประวัติศาสตร์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดม ศักดิ์ ประวัติการสู้รบของกองทัพเรือไทยกับกองกำลังเรือรบของฝรั่งเศส เป็นอนุสาวรีย์ที่เคารพสักการะ และรอบ ๆ บริเวณอนุสรณ์สถานได้จัดเป็นสวนสำหรับพักผ่อนของชาวจังหวัดตราด และจังหวัดใกล้เคียงครับ บริเวณรอบๆเป็นสนามหญ้า และยังมีประทัดให้จุดอีกครับ เพราะ โบราณได้บอกไว้ว่าท่านเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรชอบเสียงดังๆอะครับ เลยมีประทัดให้จุดอยู่บริเวณข้างๆ แต่ประทัดเราต้องไปซื้อจากข้างในมาจุดข้างนอกครับ ไม่ได้มีแค่ประทัดอย่างเดียวครับ มีทั้งปืนใหญ่ จรวดเหล็ก ซึ่งถ้าเราจะดูจะต้องขึ้นไปดูข้างบน ข้างบนจะมีบันไดชันมากให้เราขึ้นไปจะมีปืนใหญ่อยู่ประมาณ 4 กระบอกให้เราได้ชมกัน ได้สัมผัสถึงเรื่องราวในอดีตของท่านว่าท่านชอบการยิงปืน และ เสียงดังๆ ส่วนจรวดนั้น จะอยู่ด้านล่างบริเวณสนามหญ้า ด้วยเหตุผลนี้เองจึงเป็นเหตุของชื่อที่ว่า วีรกรรมทหารเรือไทยยุทธนาวีที่เกาะช้าง

MV 2-ใจฉันเป็นของเธอ-บอยพีซเมกเกอร์

งาน mv2 นี้ผม ด.ช.ภานุวัฒน์ เจริญโชคธนากร และ เพื่อนอีก 2 คน คือ ด.ช.ชินาธิป เจ๊ะโว๊ะ และด.ช.พีรดนย์ โฉมงาม  ได้นัดกันมาทำเมื่อวันเสาร์ 12 กุมภาพันธ์์ที่ผ่านมานี้เอง เหตุเพราะ ร เนี่ยหละครับ จึึงทำให้พวกเราต้องรีบทำงานนี้ให้เสร็จเพื่อจะได้ส่งอาจารย์ให้เร็วที่สุด  เรานัดกันมาถ่ายทำกันเวลา 9.00 น.ที่โรงเรียนทวีธาภิเศก เพื่อนๆมากันตรงเวลา แต่ผมมาช้านิดนึง เพราะ รถติด    เราใช้เวลาถ่ายทำประมาณ 2 ชั่วโมงก็เสร็จ เพราะ เราได้มีการคิดเนื้อเรื่องไว้เรียบร้อยแล้วถึงงานนี้จะออกมาดูแล้วไม่ดีเท่าไร  แต่พวกผมก็ตั้งใจทำนะครับ

สมาชิกในกลุ่ม

1.ด.ช.ชินาธิป  เจ๊ะโว๊ะ  ม.3/12  เลขที่ 5

2.ด.ช.พีรดนย์  โฉมงาม  ม.3/12  เลขที่ 20

3.ด.ช.ภานุวัฒน์  เจริญโชคธนากร  ม.3/12  เลขที่ 22

ทานข้าวที่ ตึกใบหยก

ผมได้ไปกินเลี้ยงที่ตึกใบหยก ซึ่งมีถึง 84 ชั้นนับเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก ตอนไปผมคิดว่าจะไม่มีที่จอดรถซะแล้ว นึกว่าต้องไปจอดถึงชั้นที่ 84 แต่ไม่นานก็หาที่จอดรถได้ ที่จอดรถจะเป็นวงเวียนสี่เหลี่ยมวนไปวนมางงมาก ตอนไปทานต้องขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น L ก่อนแล้วค่อยไปต่อลิฟต์อีก ตอนขึ้นหูอื้อมากเพราะสูงและเงียบ ผมจึงต้องเคี้ยวหมากฝรั่งแก้หูอื้อ ชั้นที่ผมไปทานนั้นเป็นชั้นที่ 82 ซึ่งถือว่าสูงสุดของชั้นรับประทานอาหารแล้ว กินไปชมวิวข้างล่างไป สวยงามมากครับ พอกินเสร็จผมก็ขึ้นไปชั้นที่ 84

 

วิวสวยมากพอขึ้นไปสามารถที่จะเห็นถนนตัดไปตัดมาเยอะแยะมากมาย เห็นตึกบ้านเรือน สวยมาก แถมลมเย็นอีกด้วยครับ มันจะเป็นเครื่องพอเราขึ้นไปยืนมันก็จะหมุนไปเรื่อยๆให้เราชมวิว ขอบอกว่าบรรยากาศดีมากครับ สำหรับอาหารนั้นไม่ต้องพูดถึงเป็นบุฟเฟต์ที่หยิบไม่อั้นแสนอร่อย แต่ก่อนหยิบต้องจ่ายเงินให้เรียบร้อยก่อนโดยจะคิดเป็นหัว อาหารก็จะมีแต่ของที่หรูหราหาทานยาก มีแต่ของแพงๆให้เลือกรับประทาน ถ้าใครหยิบแต่ของถูกๆก็จะทานไม่คุ้มเลยครับขอบอก อาหารมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย เช่น

กุ้งมังกรเผา

 

ขนมถุงทอง

 

เปาะเปี๊ยะ

 

ไก่คัตสึ

 

สลัดผัก

และใครที่กลัวว่าอาหารที่นี่จะสะอาด อร่อย ถูกหลักอนามัยรึเปล่าผมขอการันตีเลยครับ และจะมีพ่อครัวคอยยืนทำอาหารอยู่ตลอดเวลา  รับรองอาหารไม่ีมีหมด และพ่อครัวทุกคนยังใส่ถุงมือกันเปื้อน  ผ้ากันเปื้อน เพื่อความสะอาดปราศจากโรค ถูกหลักอนามัยอีกด้วย

ไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่

การไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ครั้งนี้ ผมตื่นเต้นมาก เพราะว่า จะได้ไปดูหลินปิง หลินปิงคือ ลูกหมีแพนด้า ซึ่งเกิดจากหลินฮุ่ย กับ ช่วงช่วง ไปดูครั้งนี้ผมหวังว่าจะไปดูความน่ารักของหลินปิง แต่เป็นที่น่าเสียดาย เพราะ ช่วงที่ผมไปดูนั้น หลินปิง เกิดง่วงและหลับไปพอดี กว่าจะตื่นก็อีกหลายชั่วโมง ผมจึงได้ดูแต่หลินฮุ่ยแม่ของมัน

 

แต่เป็นที่น่าประหลาดใจมากเมื่ออยู่ๆหลินปิงก็เกิดตื่นขึ้นมาซะงั้น ทำให้ผมได้ดูความน่ารักของหลินปิง แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าไปใกล้กรงมาก เพราะ กลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อหลินปิง ซึ่งยังเล็กอยู่ เปรียบเสมือนเด็กทารกที่ยังแบเบาะ หลังจากที่ดูหลินปิงเสร็จแล้ว ต่อมาผมได้ไปนั่งรถไฟพาชมรอบๆสวนสัตว์ มีสัตว์ป่ามากมายทั้งน่ารัก และน่ากลัวปะปนกันไป ทำให้ในวันนี้ผมสนุก และเพลิดเพลินไปกับการเยี่ยมชมสัตว์ป่ามากมายทั้งสวนสัตว์

 

การไปเที่ยวเชียงใหม่

เมื่อช่วงปิดเทอมที่ผ่านมานี้ ผมได้ไปเที่ยวเชียงใหม่กับครอบครัว  ไปสถานที่สำคัญมากมาย เช่น ออบหลวง ออบหลวงเป็นช่องแคบที่มีความสวยงามมาก  ข้างล่างมีน้ำตกไหลผ่าน เมื่อขึ้นไปข้างบนจะมีอุทยานประวัติศาสตร์มนุษย์  ให้เยี่ยมชม

 

ต่อมาผมได้ไปวัดพญามังรายเพื่อไปสักการะ  ทำบุญไหว้พระ  เป็นสิริมงคล

 

สถานที่สุดท้ายที่ไป คือ ถ้ำ  ภายในถ้ำนั้นแปลกมาก เพราะ มีหินงอกหินย้อยเต็มไปหมด  แต่ที่ไม่ธรรมดา คือ

มีทั้งหินที่มีลักษณะคล้ายหอเอนเมืองปิซา

หินที่มีลักษณะเป็นกากเพชร

 

หินที่มีลักษณะเหมือนมีรูปสุนัขประทับตราอยู่

ซึ่งหินเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  มนุษย์ไม่ได้สร้างขึ้นซึ่งถือว่าเป็นหินจากธรรมชาติที่แปลกมากๆ

Previous Older Entries